สวัสดีครับชาว iLovenkp.com ช่วงนี้ก็ใกล้จะประกาศผลแอดมิชชั่นกันแล้วนะครับ แฟนๆ ชาวเว็บหลายคนก็คงใจจดใจจ่อกับคณะและมหาวิทยาลัยในฝันกันอยู่ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร iLovenkp.com ก็ขอเอาใจช่วยให้ได้เรียนและเป็นในสิ่งที่หวังนะครับ
และเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ คอลัมน์ 'คนนคร' ครั้งนี้ เลยได้พารุ่นพี่ชาวนครพนมคนหนึ่งมาให้รู้จักกันครับ เรื่องราวชีวิตของเขาน่าทึ่งเลยทีเดียวครับ เพราะแม้ว่าจะเริ่มต้นแบบลุ่มๆ ดอนๆ แต่ก็ตะลอนๆ ไปประสบความสำเร็จถึงสหรัฐอเมริกา เกริ่นไปเกริ่นมาซะเยอะ จะรอช้าอยู่ทำไม ตามเราไปรู้จักกับเขากันเลยดีกว่าครับกับ 'พี่วี-วีระพล สีสานัง'
iLovenkp : พี่วีเป็นคนนครพนมโดยกำเนิดใช่ไหมครับ?
พี่วี : บ้านพี่อยู่ซอยราชกิจภักดี อยู่บริเวณข้างวัดกลางครับ สมัยประถมพี่ก็เรียนที่โรงเรียนอนุบาลนครพนม จากนั้นก็สอบเข้าชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย และในขณะที่กำลังเรียนอยู่ ม.3 แม่พี่ก็เสีย เสาหลักของบ้านพี่ก็เลยไม่มี จึงหันเหชีวิตไปเรียนสายวิชาชีพด้านอิเลคทรอนิกส์ที่วิทยาลัยเทคนิคนครพนม เพราะพี่รู้ว่าพี่คงไม่มีเงินไปเรียนสายสามัญแน่ๆ อีกอย่างพี่ก็กะว่าจะจบ ปวส. แล้วก็ทำงานไปเลย ซึ่งตรงนี้ เพื่อนๆ และอาจารย์ในโรงเรียนต่างก็ตกใจกันมาก เพราะพี่เองก็จัดอยู่ในแถวหน้าของชั้น แต่หันไปเรียนต่อทางด้านวิชาชีพ
iLovenkp : แล้วหลังจากที่ได้เข้าไปเรียนในวิทยาลัยเทคนิคนครพนม ชีวิตเป็นอย่างไรบ้างครับ?
พี่วี : ช่วงที่เรียนอยู่สายอาชีพ พี่ก็เรียนได้ 4.00 ตลอดเลยนะครับ อาจารย์ก็แปลกใจเหมือนกัน หลังจากนั้นก็มีโอกาสเป็นรุ่นแรกที่ได้กู้ยืมเงินกับกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พี่จึงไปสอบเข้าสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าบางมด โดยเรียนต่อเนื่องในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาสื่อสารอิเลคทรอนิกส์ (Electronic & Communication) จนจบระดับปริญญาตรีครับ
iLovenkp : หลังจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์แล้ว พี่วีทำงานต่อเลยหรือเปล่าครับ?
พี่วี : หลังเรียนจบพี่ก็ไปทำงานที่ชลบุรีได้ 4 ปี จากนั้นจึงคิดว่าถ้าเรามีความรู้อยู่แค่นี้ เราก็จะเป็นลูกน้องเขาตลอด เพราะเขาต้องการคนที่มีประสบการณ์และความรู้จากต่างประเทศ พอดีกับที่ลูกน้องของพี่ ซึ่งเขาจบปริญญาโทมาแนะนำว่า มีทุนเรียนฟรีที่สวีเดน ตัวพี่เองก็หูผึ่งเลย จึงลองไปสอบชิงทุน Swedish Institute ซึ่งในที่สุดก็ได้รับทุน โดยไม่ต้องจ่ายค่าเทอมและยังได้เงินเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนๆ ละ 35,000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องทำโปรเจ็กต์ให้อีริคสัน (Ericsson) 1 อย่าง ซึ่งในที่สุดพี่ก็ทำโปรเจ็คให้เขาสำเร็จและจบปริญญาโทจาก Gavle University ในสาขา Microwave and Telecommunication มาได้ครับ
iLovenkp : แล้วเป็นไงมาไงถึงได้ไปทำงานต่อที่อเมริกาครับ?
พี่วี : หลังเรียนจบพี่ก็หว่าน Resume ไปสมัครงานทั่วโลกเลย ทั้งจีน อังกฤษ อเมริกา และแคนาดา เพราะพี่รู้ตัวเองว่าอยากทำงานเมืองนอก อยากเป็นคนสร้างสรรค์มากกว่าจะเป็นฝ่ายปฏิบัติตามเหมือนแรงงานในเมืองไทย และในที่สุดพี่ก็ได้สัมภาษณ์งานที่บริษัท Unigen ในสหรัฐอเมริกา และปัจจุบันทำงานและอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ใกล้ๆ กับเมืองซานฟรานซิสโกครับ
iLovenkp : การทำงานที่อเมริกาแตกต่างกับเมืองไทยอย่างไรครับ?
พี่วี : การทำงานที่อเมริกาเราจะรู้ว่า เราจะผลิต ออกแบบ หรือทดสอบผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดอย่างไร การทำงานที่นั่นค่อนข้างจะสนุก เพราะสังคมการทำงานเขาเปิดกว้างทางความคิด ซึ่งพอถึงตอนนี้ พี่ก็ทำงานที่นั่นเข้าปีที่ 6 แล้วครับ
iLovenkp : แง้มๆ เรื่องเงินเดือนปัจจุบันหน่อยได้ไหมครับ?
พี่วี : พี่ได้เงินเดือนตกปีละประมาณ 70,000 เหรียญครับ หรือเดือนละประมาณ 6,000 เหรียญ (กว่า 200,000 บาท) แต่ถ้าคิดตามอัตราค่าครองชีพ ก็เหมือนกับอยู่เมืองไทยแล้วได้เงินเดือนประมาณ 35,000 บาทครับ
iLovenkp : อะไรคือแรงผลักดันให้พี่วีพัฒนาตัวเองไปสู่จุดที่สูงขึ้นครับ?
พี่วี : ความอยากรู้มั้งครับ พี่อยากรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน อยากรู้ว่าผลิตภัณฑ์หรือสิ่งของแต่ละอย่างมันผลิตขึ้นอย่างไร ระบบต่างๆ มันเป็นอย่างไร และการที่เราได้ไปอยู่เมืองใหญ่ๆ ก็ยิ่งทำให้เรามีคู่แข่งเยอะ ความอยากที่จะรู้สิ่งต่างๆ ก็เยอะตามมาด้วยครับ
iLovenkp : ตอนนี้พี่วีถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตหรือยังครับ?
พี่วี : ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วนะครับ ในเรื่องงานก็ถือว่าดีครับ
iLovenkp : มีอะไรอยากจะฝากน้องๆ วัยเรียนที่มีโอกาสได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้บ้างครับ?
พี่วี : จริงๆ แล้วพี่ไม่มีอะไรเลยนะ สมัยเรียนพี่ต้องทำงานหาเงินเรียน ทั้งเป็นมาร์คเกอร์โต๊ะสนุ๊กเกอร์ เป็นครูสอนพิเศษ เป็นดีเจตั้งแต่ 2 ทุ่ม - 6 โมงเช้า หลังจากนั้นก็ต้องตื่นมาเรียนภาคบ่ายทุกๆ วัน ซึ่งถึงแม้จะเริ่มจากศูนย์ แต่พี่ก็ยังไปถึงจุดนี้ได้
iLovenkp : กลับมาเยี่ยมบ้านแต่ละที พี่วีเห็นอะไรในนครพนมบ้านเราบ้างครับ?
พี่วี : นครพนมเล็กเนอะ พัฒนาช้า ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ค่อยมีงานให้ทำครับ แต่ด้วยความเล็กนี่แหละครับ ทำให้นครพนมยังเป็นเมืองที่ดำรงชีพแบบสบายๆ มีเพื่อนสนิทคุยกันได้สบายๆ อย่างเปิดเผย แต่ในขณะเดียวกันตำแหน่งงานที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีอย่างวิศวกรสื่อสารก็ยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่ครับ
iLovenkp : พี่วีมองอนาคตของนครพนมไว้อย่างไรบ้างครับ?
พี่วี : ความเป็นอยู่พี่ไม่อยากให้เปลี่ยนนะครับ แต่เศรษฐกิจพี่อยากให้เปลี่ยน เพราะจะได้มีงานทำ นักศึกษาจบใหม่จะได้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด เพราะเพื่อนๆ ของรุ่นพี่เองมีเพียงแค่ 7 คนเท่านั้นที่จบมาแล้วกลับมาทำงานที่นี่ คนอื่นๆ ก็ทำงานต่างจังหวัดกันหมดเลย
iLovenkp : ชอบอะไรในเมืองนครพนมครับ?
พี่วี : ชอบอากาศกับผู้คนที่ยังเหมือนเดิมครับ กลับมาทีไรก็ยังยิ้มแย้มคุยกัน ซึ่งต่างกับเมืองที่พี่อยู่ในอเมริกา ข้างบ้านยังไม่รู้จักกันเลย เวลาเจอหน้ากันก็ได้แต่ทักกันเฉยๆ แต่เป็นการทักเพื่อมารยาท ไม่ได้มาจากใจจริง เพราะที่นั่นเขาไม่มีเวลามาสุงสิงกันหรอกครับ ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินตลอดเวลาครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับเรื่องราวชีวิตของวิศวกรหนุ่มผู้ผันตัวเองจากคนไม่มีอะไร ไปจนสู่เส้นทางความสำเร็จของชีวิต แง่คิดต่างๆ ที่ได้จากเขาคนนี้ คงทำให้หลายๆ คนมีกำลังใจฮึดสู้กันขึ้นมาบ้างใช่ไหมครับ
ใครมี 'คนนคร' เก่งๆ เจ๋งๆ อยากแนะนำให้เรารู้จัก ก็อีเมลมาบอกกันได้ครับที่ iLovenkp@hotmail.com สำหรับคราวหน้าจะพาไปเจาะลึกเรื่องราวของใครอีก ก็ต้องคอยติดตามกันนะครับ....
ผู้เข้าชมบทความนี้ 503 ครั้ง
| หน้าแรก l ข่าวนครพนม l คนนคร l ที่กินที่เที่ยว l What's On l เว็บบอร์ด l ข่าวเพื่อนบ้าน l NKP Talk l งานหาคน l ซื้อขาย l หาเพื่อน l NKP Photos l คลิป l ข่าวเด่น l Your Story l เกมส์ |
เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีใน Internet Explorer 7 ขึ้นไป
พอได้ฟังประว้ติพี่วีละขนลุกเลย...
แบบว่าสุดยอดมากๆ...
แบบนี้แหล่ะ idol เลย...